ดราม่าสนั่นเมือง “หมุดขาวแดง” ฝังลงถนนที่เชียงใหม่ หวังจับโป๊ะพวกจอดแช่

0
51


หมุดขาวแดง “ห้ามจอด” กลายเป็นดราม่าสนั่นเมืองเชียงใหม่ โซเชียลวิจารณ์เละ ตำรวจจ้องเก็บเงินแต่ค่าปรับ มองไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหารถติดอย่างที่ควร ทางการจ่อแถลงข่าวชี้แจง

จากกรณีที่โลกโซเชียลมีเดียในจังหวัดเชียงใหม่ต่างแสดงความคิดเห็นและเกิดกระแสวิพากษวิจารณ์ ประเด็น “หมุดสะท้อนแสงสีขาวแดง” ที่นำฝังลงพื้นถนน ย่านนิมมานเหมินทร์ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง โดยระบุเป็นหมุดเซ็นเซอร์ที่ถูกนำมาติดตั้งเพื่อตรวจจับรถที่จอดบนพื้นที่ห้ามจอด หากเซ็นเซอร์ทำงานเพราะสัมผัสได้ถึงน้ำหนักรถ จะส่งสัญญาณไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่อยู่ใกล้เคียง มาทำการล็อกล้อและออกใบสั่ง โดยมุ่งหวังเป็นต้นแบบสมาร์ทซิตี้ แต่ปรากฏว่าเสียงตอบกลับส่วนใหญ่ ตำหนิที่มุ่งเน้นเรื่องการเสียค่าปรับมากกว่า

จากการสอบถามแหล่งข่าวในกลุ่มงานจราจรตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ถึงกรณีนี้ ได้เปิดเผยว่า อุปกรณ์เซ็นเซอร์ที่มีติดตั้งบนถนนนิมมานเหมินทร์นั้น อยู่ภายใต้โครงการสมาร์ทซิตี้ (Smart Nimman) ซึ่งเป็นโครงการนำร่องของจังหวัดเชียงใหม่ โดยยังอยู่ในช่วงของการติดตั้งอุปกรณ์ก่อนที่จะทำการทดลองระบบ

โดยข้อสงสัยของประชาชนที่ว่ามีเริ่มมีการใช้งานแล้วหรือไม่นั้น ยืนยันว่า ยังไม่มีการบังคับใช้ตามกฎหมายแต่อย่างใด เป็นการทำงานเบื้องต้นของอุปกรณ์นี้ดังกล่าวนั้น เป็นเซ็นเซอร์จะเชื่อมต่อเข้ากับระบบของเจ้าหน้าที่ หากมีผู้นำรถไปจอดทับ สัญญาณจะแจ้งเตือน แบบเรียลไทม์เข้าไปยังระบบ

ซึ่งหากมีการจอดในจุดห้ามจอด หรือจอดนานเกินปกติ สัญญาณจะแจ้งเตือนดังไปยังตำรวจจราจรที่อยู่ใกล้ที่สุด เพื่อเข้าดำเนินการตรวจสอบ แก้ไข และอำนวยความสะดวก ไม่ให้เกิดปัญหาการจราจรขึ้น

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ดราม่าสนั่นเมือง "หมุดขาวแดง" ฝังลงถนนที่เชียงใหม่ หวังจับโป๊ะพวกจอดแช่"

ขณะที่แหล่งข่าวในทีมงานโครงการสมาร์ทซิตี้ (Smart Nimman) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีการติดตั้งเซ็นเซอร์ดังกล่าวไปแล้วจำนวนหนึ่ง จากทั้งหมด 171 จุด ที่จะมีการติดตั้งบนถนนนิมมานเหมินทร์ ทั้งเส้นหลักและเส้นรอง โดยหลักการและเป้าหมายที่แท้ที่จริงนั้น ไม่ได้มุ่งหวังที่เรื่องการบังคับใช้กฏหมายหรือจับกุมผู้ขับขี่ให้เสียค่าปรับ

แต่วัตถุประสงค์หลักเป็นการใช้เพื่อตรวจสอบความหนาแน่นของการจราจร และจุดจอดรถบนถนนเส้นนิมมานฯ ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถตรวจสอบหาจุดจอดรถทั้งบนถนนและที่จอดรถเอกชน เพื่อวางแผนประกอบการตัดสินใจในการเดินทางได้ เพราะจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับแอปพลิเคชันที่จะใช้ในการแจ้งและรายงานข้อมูล

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการใช้อย่างเป็นทางการแต่อย่างใด และคาดว่าน่าจะต้องใช้เวลาพัฒนาอีกประมาณ 1-2 เดือน ซึ่งทางจังหวัดเชียงใหม่จะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า หลังจากที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ในวันที่ 9 ธันวาคมนี้ ทางกลุ่มงานจราจรตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เตรียมที่จะชี้แจงกรณีดังกล่างอย่างเป็นทางการ เพื่อทำความเข้าใจและให้รายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น



ทิ้งคำตอบไว้