ทนายดัง ซัดม.44 ไม่เป็นธรรม ยึดทรัพย์ ยิ่งลักษณ์ ขบวนการสมรู้ร่วมคิดสุดเลวร้าย

0
39


วันที่ 18 ธ.ค. นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน และเลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.) แสดงความคิดเห็น กรณีการยึดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ความว่า

“มาตรา 44 มีแต่ความเลวในใจคนเท่านั้นที่ยอมรับได้”

ในฐานะนักกฎหมาย ที่เห็นความไม่เป็นธรรมจากการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ผมขอพูดจากความรู้สึกและจิตใต้สำนึกล้วนๆ กล่าวคือ ผู้ใดสามารถยอมรับความไม่เป็นธรรมจากการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ได้อย่างไม่รู้สึกถึงความอยุติธรรม นั่นแสดงว่าเป็น “พวกเห็นกงจักรเป็นดอกบัว”

หากมาตรา 44 ดีจริง จะมีบทบัญญัติยกเว้นความรับผิดของบุคคลที่ใช้อำนาจภายใต้มาตรานี้ไว้ด้วยเหตุใด เมื่อกล้าไปก้าวล่วงทุกอำนาจได้แล้ว จะกลัวทำไม

คำว่า “สุจริต” “ไม่เลือกปฏิบัติ” “ไม่เกินสมควรแก่เหตุ” หรือ”ไม่เกินแก่กรณีความจำเป็น” เขียนขึ้นเพื่อปิดบังอำพรางในสิ่งที่ตรงกันข้ามทั้งนั้น เพราะมันคือการมอบอำนาจให้ใช้อำนาจได้อย่างที่ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม แต่กลับได้รับการคุ้มครองผู้ใช้อำนาจไว้โดยไม่รับผิดชอบนั่นเอง

กรณีการยึดทรัพย์สินที่เกิดขึ้นกับอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของความไม่ยุติธรรมและขัดต่อหลักนิติธรรม

ท่านยิ่งลักษณ์ แสดงความในใจและความคิดเห็นในฐานะผู้ถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรม เพราะท่านเป็นปุถุชนที่มีความรู้สึกเป็นความปกติของมนุษย์ที่ต้องการแสดงออกต่อกรณีมาตรา 44 โดยเฉพาะกรณีที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังและคณะบุคคล

รวมทั้งกรมบังคับคดี ดำเนินการบังคับยึดทรัพย์สินของอดีตนายกรัฐมนตรีที่ทำมาหาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง โดยที่ไม่มีคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดแม้แต่เรื่องเดียวที่พิพากษาให้ชดใช้ความเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทนจากการทำละเมิด มีแต่คำสั่งของคณะบุคคลเท่านั้น

ส่วนการชี้มูลของ ป.ป.ช.คดีจำนำข้าวและมีคำพิพากษาของศาลฎีกาคดีการเมืองก็เป็นเรื่องทางอาญาจากการกล่าวหาว่าการปฏิบัติหน้าที่ว่าเป็นการมิชอบเรื่องนั้นก็ว่าไป แต่ก็ไม่มีคำพิพากษาตอนใดระบุว่าอดีตนายกรัฐมนตรีท่านนี้เป็นผู้กระทำความผิดทุจริตแต่อย่างใดเลย

ในทางตรงกันข้ามกลับไม่มีคำพิพากษาทางแพ่งของศาลที่จะมีผลทำให้กรมบังคับคดีสามารถดำเนินการได้ การบังคับคดีดังกล่าวก็อาศัยอำนาจและอาศัยความคุ้มกันจากอำนาจตาม มาตรา 44 การที่กรมบังคับคดีชี้แจงออกมาก็ฟังไม่ขึ้น เพราะอ้างคำสั่งกระทรวงการคลังที่ไม่ใช่คำพิพากษาถึงที่สุดของศาลให้อดีตนายกฯ รับผิดชดใช้ค่าสินไหมหลายหมื่นล้านบาท กระทรวงการคลังจะนั่งเทียนเอาตัวเลขมาอย่างไรหรือไม่นั้น

แต่ความจริงที่หมอคนหนึ่งไม่เข้าใจหรืออาจบิดเบือนก็คือ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดจากโครงการรับจำนำข้าว และคณะอื่นๆ ถูกแต่งตั้งมาจากการใช้มาตรา 44 ทั้งนั้น หลายคนได้ดิบได้ดีมีตำแหน่งใหญ่โตเชิดหน้าชูคอได้ คนในสังคมทั่วไปรับทราบดี

กระบวนการยึดทรัพย์ทุกขั้นตอนก็มาจากการอาศัยอำนาจมาตรา 44 นี่คือความจริงที่หมอนี่ไม่พูด ส่วนที่ชี้แจงว่าอดีตนายกรัฐมนตรีได้ใช้สิทธิทางศาลต่างๆแล้ว แต่ไม่สามารถทำอะไรกับบรรดาการกระทำและคำสั่งต่างๆเหล่านั้นได้ ก็เพราะมาตรา 44 มิใช่หรือ

ประชาชนทุกคนที่ต้องอยู่ใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียมและเสมอภาคกันโดยไม่ถูกเลือกปฏิบัติ อันเป็นกติกาสากลที่สังคมโลกและมนุษย์ด้วยกันยอมรับได้ แต่ความวิปริตและประพฤติมิชอบของการใช้อำนาจที่อ้างกฎหมายอย่างไม่เป็นธรรมและตามอำเภอใจ เหล่านี้คือ “ขบวนการสมรู้ร่วมคิดที่เลวร้ายที่สุด”



ทิ้งคำตอบไว้